Sky castle ซีรี่ย์ที่ว่าด้วยการศึกษา และความเป็นมนุษย์

#งานยังเขียน แต่อยากรีวิวก่อน

ช่วงนี้เห็น กลุ่ม NETFLIX รีวิว Sky Castle กันเยอะมาก จริงๆ ต้องบอกว่าดูจบก่อนหน้านี้ไปประมาณ 2-3 เดือนแล้ว ใน Viu

เรื่องนี้คนชอบดราม่าน่าจะต้องลองดู และอีกกลุ่มที่อยากให้ดู คือ บรรดาพ่อแม่ ที่กดดันลูกเรื่องเรียน

เรามองว่าสังคมเอเชีย ค่านิยมด้านการศึกษา ไม่ต่างกันมาก ทั้งของไทย ญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี ค่านิยมที่ว่า ลูกจะต้องเข้าโรงเรียนดีๆ ทำคะแนนให้สูง เพื่อที่จะได้เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ในคณะที่ผู้ปกครองเชื่อว่า จบมาแล้วจะได้มีความมั่นคง มีรายได้สูง

แต่ความต้องการของเด็กล่ะ? หลายครั้งเราไม่ฟังเสียงของลูก แต่เสียงที่เราฟีงกลับเป็นเสียงของญาติ เสียงของคนข้างบ้าน และเอาเสียงนั้น มาบีบบังคับให้คนในบ้านต้องทำตามอีกทีนึง

Sky Castle เป็นเมือนภาพสะท้องของระบบการศึกษา แบบแพ้คัดออก และเกรดสำคัญกว่าสิ้งอื่นใด

เราแอบชอบคำพูดของเด็กๆหลายคนในเรืื่องอย่าง "คุณอยากให้ผมเป็นหมอ ผมก็สอบเข้าหมอให้แล้วไง ผมเอาใบสอบเข้ามาให้คุณแล้วต่อไปชีวิตเป็นของผม" นี่เป็นคำพูดของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ในตอนต้นเรื่องเหมือนมีความสุข แต่สุดท้าย กลับเลือกทางเดินที่ไม่มีใครคาดฝัน และส่งผลกระทบกับหลายๆ ตัวละครในเรื่อง

หรือแม้กระทั่ง ซีนที่ลูกสาวของบ้านหนึ่งในเรื่อง บอกว่า พ่อแม่ไม่ได้รักเธอ แต่พวกเขารักมหาลัยที่เธอสอบเข้าได้ต่างหาก

และที่สะเทือนใจที่สุด สำหรับเรา ก็คือ ซีนที่กลุ่มเด็กประถมระบายความเครียดด้วยการขโมยของ

ทั้งหมดนี้มันสื่อถึงความกดดัน ที่เด็กมีต่อระบบการศึกษา มีต่อความคาดหวังของพ่อแม่ เพียงเพราะว่า พ่อแม่ต้กองการที่จะนำเอาความสำเร็จของพวกเขาไปโอ้อวดกับคนอื่น จนลืมมองว่า การประสบความสำเร็จของเด็ก บางทีอาจจะอยู่ที่ความสุขของพวกเขา ไม่ใช่เกรด หรือสถาบันที่พวกเขาเรียน

เหนือสิ่งอื่นใด ตัวละครที่เรา รักอย่างแม่ของน้องแฝด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านความเชื่อนี้ ไปสู่ การพยายามรักษาจิตใจของลูก ควบคู๋ไปกับการส่งเสริมการศึกษาอย่างถูกวิธี ถึงแม้ว่าจะมีอุปสรรค จากคนในบ้าน ก็ตาม แต่ด้วยความเป็นแม่ ทำให้เราเห็นการต่อสู้ทางจิตวิทยา และกลยุทธ์ต่างๆ ที่เธอใช้ ซึ่ง ลำบากไม่แพ้กับการพยายามต่อสู้ เพื่อให้ลูกสอบได้อันดับที่ดีที่สุดของคุณแม่อีกบ้านหนึ่ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้น ต้องบอกว่า คุ้มค่า และได้บทเรียน แตกต่างกันไป ในแต่ละมุมมองไม่น้อย

ไม่มีความคิดเห็น

1008stories.com. ขับเคลื่อนโดย Blogger.